นิ่งงันกับความความสุข
สำลักความทุกข์ออกมาอย่างสะใจ
แสง สี บรรยากาศ ที่ลวงตา
เสียงหัวเราะ ร้องไห้ อรรถรสของการฟังและพูด
ควันบุหรี่ที่คละคลุ้งดั่งม่านหมอก
แอกอฮอลล์ที่ไหลลงคอของนักท่องเที่ยวยามราตรี
นอกเหนือปัจจัยสิ่งเร้าเหล่านี้
หลายคนพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน"กล่อง"
ค้นหาความสุขในซอกหลืบยามค่ำคืน
เฉกเช่นเดียวกันฉัน
เราทุกคนต่างมีด้านมืดของชีวิต
ขึ้นอยู่กับว่า เราจะจมจ่อ ถลำลึกกับมันไปได้มากน้อยแค่ไหน
ขอบคุณจิตใต้สำนึกของตัวเอง
ที่ปล่อยร่างกายและจิตใจได้ด่ำดิ่ง
และค้นพบมุมอับมืดของชีวิตในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
เช้านี้กระจกเงาทำหน้าที่สะท้อนตัวตนของฉันออกมาเฉกเช่นทุกวัน
แต่มันต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เมื่อฉันตั้งใจจ้องมันลงไป
ลึกเข้าไปในดวงตา
ค้นหาอะไรบางอย่าง
หยุดได้หรือยัง?
เมื่อไหร่จะพอ?
คำถามที่ก้องอยู่ในสมอง
ใช่! ฉันคุยกับตัวเอง
และคำตอบที่ได้รับคือ
หยุดแล้ว!
เพียงพอแล้ว!
ฉันทำร้ายตัวเองมามากพอ
ปล่อยให้ความเหงาเข้ามากัดกินหัวใจจนกร่อน
สภาวะจิตใจที่ฟุ้งซ่าน เพราะกระบวนการที่กลั่นกรองจากจิตใจ
ทำให้ร่างกายซวนเซ
วันนี้ฉันเลือกที่จะปิดสวิตต์มันด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
ฉันหยุดแล้ว!
จิตใต้สำนึกฉันกำลังตอบตัวเอง
ฉันจึงยิ้นหยันกับตัวเองในกระจกเงา
ฉันชนะแล้ว!
ออกไปจากสมองของฉันซักที
"เจ้าความเหงา"
ลงไปอยู่ในลิ้นชักของสมองเสียก่อน
ต้องการเมื่อไหร่แล้วจะเรียกใช้งาน
เพราะบางที เธอ ก็มีเสน่ห์ในตัวเอง
ชวนให้ลุ่มหลงได้เหมือนกัน
แค่เวลานี้ฉันไม่ต้องการเธอ
ช่วงนี้มีกลิ่นของความรักลอยมาตามกาลเวลาที่ควรจะเป็น
แต่กลับเป็นตัวฉันเองที่ถอยหนี
ตลกดีเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ร่ำร้อง โหยหา
พอมีใครสักคนอยากเข้ามาทำความรู้จักกับหัวใจดวงน้อย
กลับกลายเป็น "อยากถอยห่าง"
ฉันกำลังสนุกกับชีวิตตัวคนเดียว
อยู่กับมันจนชิน
ขอบคุณความรู้สึกดีดีของ "คุณ-คุณ"
ที่เข้ามาปลอบประโลมในวันเหงา
"ความรัก"
จงใช้หัวใจสัมผัสและเรียนรู้
ค่อยๆ แตะมันทีละนิดและซึมซับ
อย่าเร่งเร้า และ รีบร้อน
เพราะหัวใจฉันมันสึกกร่อนง่ายและบอบช้ำไว
ก็บอกแล้วไง "ฉันคงเป็นเป็นดั่งแมวเหมียว"
ยามต้องการคลอเคลียฉันก็คลั่งไคล้ไหลหลง
แต่หากยามฉันหยิ่ง และเชิดใส่ ฉันก็ไม่น่ารักเอาเสียเลย
ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก
แต่ฉันเป็นแบบนี้
แมวเหมียวมันก็เป็นแบบนี้
คุณยังอยากรักแมวอยู่หรือเปล่าละ?
ใช่ว่าไร้หัวใจ!
เพียงแค่หัวใจของฉันมันสั่งให้ "รอ"
รอใครคนหนึ่ง จนกว่าเขาจะรู้สึกตัวว่า
มีผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ตั้งใจรอคอยว่าเมื่อไหร่เขาจะพร้อม และ เดินไปด้วยกัน
บางทีคนเราก็ต้องการคนไกลเอาไว้ให้พูดคุย
ไกล ไม่ใช่เรื่องของสถานที่
แต่เป็นระยะห่างของความรู้สึก
ใครบางคนบอกกับฉันอย่างนี้
จริงสินะ
บางทีคนใกล้ ก็ใกล้จนเกินไปจนทำให้หายใจไม่สะดวก
การที่เขามาคอยรับรู้ทุกความเป็นไปของชีวิตเราไปทุกตารางนิ้ว
อาจจะชวนให้อึดอัด และอยากเดินหนี
คนไกลกลับกลายเป็นคนที่เราอยากระบาย และแบ่งปันที่ว่างของหัวใจ
ให้เขาได้เข้ามาแชร์ความรู้สึกอย่างเต็มใจ
โดยเขาและเราต่างไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรสักนิด
เป็นความรู้สึกดีดีของคนไกล
ไกลไปจากขอบเขต
ใกล้ในความรู้สึกทุกโมงยาม
ความสุขเล็กๆ ของทุกโมงยามที่รอคอยการแบ่งปันให้รับรู้
คนไกล...




รูปถ่ายจากแดนไกล
photo by พี่โอ๋