2006/May/29

นิ่งงันกับความความสุข
สำลักความทุกข์ออกมาอย่างสะใจ

แสง สี บรรยากาศ ที่ลวงตา
เสียงหัวเราะ ร้องไห้ อรรถรสของการฟังและพูด
ควันบุหรี่ที่คละคลุ้งดั่งม่านหมอก

แอกอฮอลล์ที่ไหลลงคอของนักท่องเที่ยวยามราตรี
นอกเหนือปัจจัยสิ่งเร้าเหล่านี้
หลายคนพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน"กล่อง"
ค้นหาความสุขในซอกหลืบยามค่ำคืน


เฉกเช่นเดียวกันฉัน
เราทุกคนต่างมีด้านมืดของชีวิต
ขึ้นอยู่กับว่า เราจะจมจ่อ ถลำลึกกับมันไปได้มากน้อยแค่ไหน

ขอบคุณจิตใต้สำนึกของตัวเอง
ที่ปล่อยร่างกายและจิตใจได้ด่ำดิ่ง
และค้นพบมุมอับมืดของชีวิตในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เช้านี้กระจกเงาทำหน้าที่สะท้อนตัวตนของฉันออกมาเฉกเช่นทุกวัน
แต่มันต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เมื่อฉันตั้งใจจ้องมันลงไป
ลึกเข้าไปในดวงตา
ค้นหาอะไรบางอย่าง
หยุดได้หรือยัง?
เมื่อไหร่จะพอ
?
คำถามที่ก้องอยู่ในสมอง

ใช่! ฉันคุยกับตัวเอง

และคำตอบที่ได้รับคือ
หยุดแล้ว!
เพียงพอแล้ว!

ฉันทำร้ายตัวเองมามากพอ
ปล่อยให้ความเหงาเข้ามากัดกินหัวใจจนกร่อน
สภาวะจิตใจที่ฟุ้งซ่าน เพราะกระบวนการที่กลั่นกรองจากจิตใจ
ทำให้ร่างกายซวนเซ
วันนี้ฉันเลือกที่จะปิดสวิตต์มันด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
ฉันหยุดแล้ว!
จิตใต้สำนึกฉันกำลังตอบตัวเอง

ฉันจึงยิ้นหยันกับตัวเองในกระจกเงา
ฉันชนะแล้ว!
ออกไปจากสมองของฉันซักที

"
เจ้าความเหงา"
ลงไปอยู่ในลิ้นชักของสมองเสียก่อน

ต้องการเมื่อไหร่แล้วจะเรียกใช้งาน
เพราะบางที เธอ ก็มีเสน่ห์ในตัวเอง
ชวนให้ลุ่มหลงได้เหมือนกัน
แค่เวลานี้ฉันไม่ต้องการเธอ

ช่วงนี้มีกลิ่นของความรักลอยมาตามกาลเวลาที่ควรจะเป็น
แต่กลับเป็นตัวฉันเองที่ถอยหนี
ตลกดีเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ร่ำร้อง โหยหา
พอมีใครสักคนอยากเข้ามาทำความรู้จักกับหัวใจดวงน้อย

กลับกลายเป็น "อยากถอยห่าง"
ฉันกำลังสนุกกับชีวิตตัวคนเดียว

อยู่กับมันจนชิน

ขอบคุณความรู้สึกดีดีของ "คุณ-คุณ"
ที่เข้ามาปลอบประโลมในวันเหงา

"ความรัก"
จงใช้หัวใจสัมผัสและเรียนรู้
ค่อยๆ แตะมันทีละนิดและซึมซับ
อย่าเร่งเร้า และ รีบร้อน
เพราะหัวใจฉันมันสึกกร่อนง่ายและบอบช้ำไว
ก็บอกแล้วไง "ฉันคงเป็นเป็นดั่งแมวเหมียว"
ยามต้องการคลอเคลียฉันก็คลั่งไคล้ไหลหลง
แต่หากยามฉันหยิ่ง และเชิดใส่ ฉันก็ไม่น่ารักเอาเสียเลย
ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก
แต่ฉันเป็นแบบนี้
แมวเหมียวมันก็เป็นแบบนี้
คุณยังอยากรักแมวอยู่หรือเปล่าละ?



ใช่ว่าไร้หัวใจ!
เพียงแค่หัวใจของฉันมันสั่งให้ "รอ"
รอใครคนหนึ่ง จนกว่าเขาจะรู้สึกตัวว่า
มีผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ตั้งใจรอคอยว่าเมื่อไหร่เขาจะพร้อม และ เดินไปด้วยกัน

บางทีคนเราก็ต้องการคนไกลเอาไว้ให้พูดคุย
ไกล ไม่ใช่เรื่องของสถานที่
แต่เป็นระยะห่างของความรู้สึก
ใครบางคนบอกกับฉันอย่างนี้

จริงสินะ
บางทีคนใกล้ ก็ใกล้จนเกินไปจนทำให้หายใจไม่สะดวก
การที่เขามาคอยรับรู้ทุกความเป็นไปของชีวิตเราไปทุกตารางนิ้ว
อาจจะชวนให้อึดอัด และอยากเดินหนี

คนไกลกลับกลายเป็นคนที่เราอยากระบาย และแบ่งปันที่ว่างของหัวใจ
ให้เขาได้เข้ามาแชร์ความรู้สึกอย่างเต็มใจ
โดยเขาและเราต่างไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอะไรสักนิด
เป็นความรู้สึกดีดีของคนไกล


ไกลไปจากขอบเขต
ใกล้ในความรู้สึกทุกโมงยาม

ความสุขเล็กๆ ของทุกโมงยามที่รอคอยการแบ่งปันให้รับรู้
คนไกล...


รูปถ่ายจากแดนไกล

photo by พี่โอ๋

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ทุกอย่างรอแค่คำว่าคลิ๊กใช่ไหมคะ
#1  by  ยายแม่บ้าน At 2006-05-29 12:30, 
วันนี้ก็คงจะระเริงราตรีสินะ...

ปล.น้องโหดส่งรูปมา.. ชั้นว่าคืนแรกที่นอนห้องแก ชั้นไม่ได้หลอน แต่เจ้าสิ่งนั้นมันมีตัวตนจริง ๆ
#2  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2006-05-29 13:18, 
บ้า.. น้องเค้าไม่เห็นจะหลอนเลย

ห้องแกยังหลอนกว่าอีก... ชั้นต้องทำใจอีกนานน่ะ

รูปที่น้องโหดส่งมาแม่งติดตาว่ะ
#5  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2006-05-29 15:10, 
ติดตาหรือติดรองเท้าแก หุหุ ระวังนะเว้ย พันธ์นี้มันติดทน เหอเหอ
#6  by  Backpacker At 2006-05-29 15:11, 
มีความสุขกับทุกวันของชีวิตนะคะ

:-)

บางครั้งความเหงาก็เป็นความหวานของชีวิตได้เหมือนกันนะ

Happy Monday จ้า :-)
#7  by  PeAcH_a_Ja At 2006-05-29 17:18, 
.. .
(ไม่ได้อู้นะ แต่พูดไม่ออกขอรับ)

ยิ้ม แย้ม
ยิ้ม แย้ม
#8  by  Ku'Keaw* At 2006-05-29 18:18, 
ใช่ค่ะที่บางครั้งมันใกล้เกินจนอึดอัด ต้องหาคนไกลๆเอาไว้คุย
#9  by  jealous At 2006-05-29 19:57, 
ผมชอบความรักมันไม่มีข้อเสีย
ถ้าไม่อยากให้มี
ที่สำคัญไม่ต้องมีเหตุผล
นานๆจะเจอเรื่องไม่ต้องใช่เหตุผล
#10  by  a tell of wind At 2006-05-30 03:03, 
เป็นไงแก พ่อคุณเมื่อคืนของแก "เจิดจ้า" รึเปล่ายะ...

เมื่อคืนอยู่ที่สนามบินจนถึง สี่ทุ่มกว่า ๆ กลับไปนั่งคิดเรื่องงานต่อ แล้วก็สลบไสล

ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ที่สนามบิน ได้เจอเพื่อนที่เจอกันครั้งเดียวแต่กลับมาเจอกันคราวนี้ทำให้รู้สึกว่า "เออ ยังมีคนที่ไม่ลืมกูอยู่" ได้เจอรุ่นน้องที่ช่วยกันสานต่อกิจกรรมที่ชั้นบุกเบิก ได้เจอรุ่นน้องที่ยังจำชั้นได้และยังต้องการคำปรึกษาอยู่.. แบบว่า "กูก็เป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้เว้ย"

เศร้าว่ะ แต่ก็อิ่มเอมใจ
#11  by  sickyป่วยไม่มีชิ้นดี At 2006-05-30 09:18, 
ความรักต้องปล่อยให้
มันซึบๆซับๆเข้าไปในใจเรื่อยๆ
บางทีมันก็เจ็บแปลบๆ
บางทีมันก็ร่าเริง โลดเต้น
มีทั้งน้ำตาและเสียงหัวเราะ
สนุกและสุขลึกๆนะคะ
ขอให้เจอคนที่รอในเร็ววัน
ไม่ต้องรีบ จริงๆด้วย อือม์

ลป..เห็นป้ายว่าเร็กเก้บาร์ไม่ร้ใช่สมุยมั๊ย
ถ้าใช่ คิดถึงแหะ..
พี่พีช : ช่วงนี้ไม่อยากหวานนะซี้ ทำไงดีค่ะ อิอิ

แก้ว : ยิ้มค่ะยิ้ม

Jealous : ให้เป็นได้แค่คนไกลเท่านั้นเนอะ

Ka'se : ต้องใช้หัวใจใช่ปะค่ะ

น้อยหน่า: ส่องสว่างในใจเลยแก สว่างวาบ ! ยกมือไหว้ฉันซะงั้น ไปแป๊ปเดียวอะแก ต้องรีบกลับมาปิด job ที่ออฟฟิส นั่งอยู่แค่สองชั่วโมง พอพี่ป๊อดมาก็กลับ (แล้วจะไปทำไมวะนี่ เหอเหอ) ไม่ได้ฟังพี่ป๊อดเล่นด้วย ฟังแต่ sunny กับอาจารย์ไข่ เล่นเปียโนกับดับเบิ้ลเบส
เมื่อวานไอ้ยักษ์มันแต่งเพลงได้ท่อนหนึ่ง บีบคอให้ออกไปฟัง พร้อมกับบรรยายความรู้สึกตอนแต่งให้รับรู้ เมโลดี้เป็น Jazz ตอนแรกก็ว่าจะไม่ออกไปแล้ว มันดันพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า "แกมันไม่เห็นแก่ความรู้สึกกู" จี๊ดโดนใจ เมื่อวานมันผีเข้า Depression อย่างแรง ต้องไปปลอบมันอะ ไม่ออกก็ต้องออก เพื่อนเศร้าขนาดนี้ แต่ก็รู้สึกผิดนิดๆ ตรงที่ปลอบมันได้ไม่เต็มที่ เพราะต้องรีบกลับจริงๆ ฉันแย่เปล่าแก

เจ้าหญิงโมจิของเธอ : ไม่แน่ใจอะค่ะ ตัวคนถ่ายตอนนี้อยู่ภูเก็ต แต่ว่าเค้าไปตะเวนดำน้ำ แถวพีพีมา เลยบอกพีกัดไม่ได้เหมือนกัน คิดถึงเร็คเก้บาร์ที่เกาะลันตาเหมือนกันค่ะ
#13  by  Backpacker At 2006-05-30 10:09, 

<< Home


Backpacker
View full profile