ห้องสี่เหลี่ยมแคบแคบ
แสงมืดมืด มีแดดอ่อนรำไรลอดผ่านม่านสีน้ำเงินที่ไม่ได้เปิดมาหลายวัน
ปลายเตียงอุดมไปด้วยหนังสือและแผ่นซีดี
หัวเตียงเต็มไปด้วยตุ๊กตาผ้ารูปแมว และเฟรมรูป
รูปถ่ายแปะอยู่เต็มข้างฝา ราวกับมีงานนิทรรศการภาพถ่าย
ทำยังกับว่าห้องนี้มีคนมาเยี่ยมชมทุกวัน . . . แต่ ! เปล่าเลย
เธอลืมตาขึ้นจากหลับไหล
สายตากวาดไปรอบรอบ
แต่จับโฟกัสไม่ได้สักแห่ง
"วันนี้ฉันไม่อยากใส่แว่นตา"
เธอบอกกับตัวเอง
และทดลองเพ่งสิ่งของเพื่อมองมันในระดับสายตาไม่ปกติ
เบลอ ภาพไม่คมชัด ขยี้ลูกตา เผื่อมันปรับเป็นจอ LCD
เธอเดินออกไปที่ระเบียง
หยิบปุ๋ยมาใส่ต้นไม้ ต้นแล้วต้นเล่า
ทั้งทั้งที่มันทยอยตายเกือบหมดแล้ว
แต่เธอยังมีหวังว่ามันจะฟื้นคืนชีพ
"ฉันรู้ว่าแกแกล้งตาย เพื่อเรียกร้องความสนใจ เอาละฉันสนใจแกแล้ว ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"
เธอพูดกับต้นไม้เหล่านั้น
รูปโพราลอยด์ที่แปะอยู่เต็มประตูตู้เย็น เบียดบังความสวยงามกันไปหน่อย
เธอขยับบางรูปให้เข้าที่
เปิดตู้เย็น หวัง เพียงแค่น้ำเปล่าเย็นๆ สักแก้ว
ตู้เย็นส่งกลิ่นคลุ้ง หลังจากถอดปลั๊กทิ้งเอาไว้ตอนออกไปโบยบิน
ผลกรรมจากการกระทำคือ กลิ่นอับ!
"แกต้องการถ่านดับกลิ่นใช่ไหม" เธอถามตู้เย็น
แต่มันไม่ตอบ
ขวดน้ำแร่ขนาด 2 ลิตร แช่อยู่เต็มตู้ มันเป็นขวดเปล่า ไม่มีน้ำสักหยด!
เพราะนิสัยชอบแช่ขวดน้ำเปล่า แก้ว ชาม มีด ช้อน ส้อม ทิ้งไว้ในตู้เย็น
นมสดขวดใหญ่แต่ปริมาณน้ำนมพร่องขวดจึงเป็นทางเลือกต่อมา
ไอศครีมวอลล์นอนแช่อยู่ในช่องฟรีต 3-4 แท่ง เย้ายวลความสนใจ
"วันนี้ไม่อยากกิน เสียใจด้วยนะ แกไม่ได้ถูกเลือก และฉันก็ไม่ได้เลือกใคร"
เธอเดินผ่านจอทีวี ใช้รีโมต กดช่องรายการ
มีสารคดีเรื่องเยี่ยมกำลังฉายอยู่ที่หน้าจอ
"อยากฟัง แต่ไม่อยากดู ไม่ใช่ว่าไม่สนใจ แต่ไม่อยากให้ความสำคัญ เปิดทิ้งไว้ละกัน"
เสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น
ไม่เคยมีใครเคยโทรมาหาเธอมาก่อนเลย
เธอเอื้อมมือไปรับ
"ขอคุยเรื่อง sex ได้ไหมครับ"
ปลายสายถามด้วยเสียงสั่นเทา
"อยากพูดอะไรก็พูดออกมา"
"ไม่อยากฟัง แต่ไม่อยากทำร้ายน้ำใจ"
แล้วเธอจึงวางสายไว้ข้างๆ โทรศัพท์
ปล่อยให้ปลายสายระบายมันออกมา
โดยเธอไม่ได้สนใจโทรศัพท์นั้นอีกเลย
เธอละสายตาจากหน้าจอสี่เหลี่ยม และโทรศัพท์
เดินไปหยิบรองเท้า adidas คู่ใหม่
ที่เพิ่งทำความรู้จักกับมันเมื่อวานเก็บไว้ในชั้นวาง
ไม่มีที่ว่างสำหรับของใหม่ . . .
"หากมันไม่ว่างพอ ก็ต้องมีบางคู่กำลังจะถูกลืม อย่าสำคัญตัวเองกันมากนัก แกมันแค่รองเท้า"
หมุนตัวกลับหลัง
โต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกบานใหญ่
แต่มันเกือบไม่มีพื้นที่สะท้อนวัตถุ
เพราะถูกโปสการ์ดใบแล้วใบเล่าทับซ้อนเอาไว้
เครื่องสำอางค์หลากหลายยี่ห้อวางเป็นระเบียบ
"วันนี้ไม่อยากสนใจตัวเอง ปล่อยให้หน้าตาและพวกแกเป็นอิสระต่อกันสักวัน"
เอี้ยวตัวไปทางขวามือ
เดินเข้าห้องน้ำ ปิดประตู รูปถ่ายที่สอดอยู่ในซองพลาสติกหลากสีสันแขวนอยู่หน้าประตู
ช่อดอกไม้เหี่ยวเหี่ยวสองสามช่อที่อดีตคนเคยรักมอบให้เธอ
แขวนอยู่ในห้องน้ำ
พร้อมกับกระถางต้นไม้ที่ทำทีว่าจะเป็นต้นเดียวในห้องแคบแคบ ที่อุดมสมบูรณ์
เธอเก็บเอาดอกไม้เหี่ยวๆ เหล่านั้นลงมา
แล้วทิ้งมันไปในถังขยะ
"รก! เก็บไว้ทำไม เศษซากความทรงจำ เก็บไว้ก็ไม่ได้ทำให้รักกันขึ้นมาได้อีก"
พลันคิดได้ดังนั้น
เธอจึงไปรื้อตู้เสื้อผ้า มิวายที่จะมีรูปถ่ายสารพัดและโปสการ์ดติดอยู่ทั้งด้านในด้านนอก
เสื้อยืดไซต์ L บางตัวที่เคยคุ้นเคย
ถูกโยนไปนอกระเบียง
"เจ้าของมันไร้คุณค่า แต่แกยังเป็นผ้าขี้ริ้วได้ เช็ดฝุ่นอยู่นอกระเบียงละกันนะ"
ว่าแล้วเธอเดินเอาเท้าไปเหยียบย่ำอย่างสาแก่ใจ
พอที่จะทำให้มันสกปรกมากขึ้น เพื่อตอกย้ำว่ามันเป็น "ผ้าขี้ริ้ว" ไปแล้ว
ขนมปังโฮลวีตแผ่นบางเหลืออยู่ใต้ถุงสองสามแผ่น
นมข้นหวานกระป๋องใหม่ยังไม่ได้เจาะ
มีดปลายแหลมวางอยู่ข้างๆ
เธอหยิบมีดปลายแหลมขึ้นมา
ตอกมันเข้าไป ปาดมันให้สุด เฉือนมันให้ลึก
แล้วน้ำเหลวๆ ก็พุ่งมาออกมาเป็นทาง
สีแดงฉาน แทนที่จะเป็นสีขุ่นของนมข้นหวาน
เธอล้มตัวนอนนิ่ง หายใจแผ่วเบา ปิดเปลือกตาให้ตัวเอง
เสียงบรรยายจากโทรทัศน์ยังคงดำเนินต่อไป แข่งเสียงโทรศัพท์ที่ปลายสายตัดสายไปเองดังกังวาล
พร้อมกับเลือดสีแดงฉานที่ไหลเป็นทาง . . . .
edit @ 2006/06/27 01:29:32
"ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นการเดินทางรูปแบบหนึ่ง ฉะนั้นเราจงเตรียมพร้อมและยิ้มรับความตาย"
ปรัชญาบทหนึ่งของชาวทิเบเตียน
01:18 27:06:06
หดหู่ดีแต๊ๆๆ